บทที่ 18 สู่ขอ (1)
ข้อตกลงได้บรรลุเป็นที่น่าพอใจก็ถึงเวลาที่รมณต้องเกริ่นเรื่องของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรให้บิดาได้รับรู้
เมื่อทุกอย่างพร้อมรมณจึงเห็นสมควรว่าต้องแนะนำหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรให้ครอบครัวของเธอได้รู้จักอย่างเป็นทางการ วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่หญิงสาวนัดหม่อมหลวงหนุ่มมาเจอครอบครัวเธอที่จังหวัดเชียงราย
แต่สำหรับครอบครัวหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรกับมองการณ์ไกลกว่านั้น พวกเขาเห็นสมควรว่าระยะเวลาในการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรและรมณถือว่าเหมาะสมและนานพอที่จะเริ่มขยับเข้าขั้นตอนสำคัญ
“คุณคิณณ์”
“ครับ”
“คุณคิณณ์บอกน้องยินดีให้ชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ” หม่อมหลวงพรรณรินทร์เป็นห่วงว่ารถที่มารับจะรับคนไม่พอกลับ ไหนจะข้าวของมากที่พวกเธอขนกันมาคนละกระเป๋าสองกระเป๋าซึ่งเแต่ละกระเป๋าก็ใบใหญ่มากเหลือเกิน
“ความจริงครอบครัวเราไม่จำเป็นต้องมากันครบทุกคนก็ได้นะครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมองเหล่าพี่สาว พี่เขยและหลานตัวน้อยที่ยืนเรียงกันเหมือนกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ก็ท้อแท้
“ฝั่งนั้นเขาจะตราหน้าว่าครอบครัวเราไม่จริงใจได้นะสิ”
“ไม่หรอกครับ”
“ครอบครัวของยินดีคงเข้าใจ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรทำหน้าเหนื่อยใจเพราะยิ่งคนมากันเยอะ เรื่องก็คงเยาะตาม เป็นการสร้างความวุ่นวายมากกว่า
“ไม่มีทาง” หม่อมหลวงพรรณรินทร์ผู้มีประสบการณ์สามารถยืนยันได้ว่ายิ่งครอบครัวฝ่ายชายสนับสนุนมากเท่าไหร่นั่นแสดงว่าพวกเขาเต็มใจต้อนรับฝ่ายหญิงมากเท่านั้น “ยิ่งครอบครัวเรามาหมดฝ่ายหญิงจะยิ่งมีความสุข”
“ใช่แล้ว” หม่อมหลวงหทัยชนกพยักหน้าสนับสนุนพี่สาวคนโต “ฟังพี่ใหญ่นะถูกต้องแล้ว คนมีประสบการณ์จะรู้ดีที่สุด”
“แบบนี้ไม่ยกมาหมดบ้านเลยล่ะคะ” หม่อนหลวงโกลัญญาเอ่ยประชด “ทั้งแม่บ้านทั้งคนสวนขนมาให้หมดกันเลย”
“แล้วทำไมหล่อนไม่เหมาลำเครื่องบิน” หม่อมปรียาวดีปราตามองหลานสาวคนที่ห้าที่ชอบทำให้บรรยากาศเป็นพิษ
“หม่อมย่า…” หม่อมหลวงโกลัญญาแสดงอาการกระฟัดกระเฟียด เธอหรือก็อุตส่าห์แนะนำน้องสาวของเพื่อนให้น้องชายแต่โดนผู้หญิงที่ไหนตัดหน้าไปก่อนจึงทนไม่ได้
“หึ” หม่อมปรียาวดีแค่นเสียงหัวเราะที่หลานสาวคนเล็กทำตัวเสียมารยาท “หากหล่อนไม่อยากมาก็ไม่มีใครบังคับหล่อนหรอกนะ”
“กลับตอนนี้ไหมคะ” หม่อนหลวงภิชญาดาเยาะเย้ยน้องสาวคนที่ห้าที่ชอบสร้างปัญหา
“คุณแม่คะ” หม่อมหลวงโกลัญญารู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนรุมรังแกจึงรีบมองหาผู้สนับสนุน
“เราหยุดพูดกันเถอะครับ ยินดีเธอมารอตรงโน้นแล้ว”
“ชิ” หม่อมหลวงโกลัญญาขัดใจ แต่หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรก็ไม่สนใจเขาก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปหารมณ
“ยินดีต้อนรับสู่เชียงรายค่ะ” รมณฉีกยิ้มกว้าง เธอยกมือคล้องแขนบิดาที่ยืนอยู่ข้างกายพร้อมแนะนำ “ท่านนี้คือคุณพ่อของยินดีเองค่ะ”
“สวัสดีครับคุณพ่อ”
“ยินดี ๆ ลูก” พ่อเลี้ยงธานินทร์ยกสองมือขึ้นตบแขนหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรอย่างเป็นกันเอง ท่านยอมรับว่าตกใจหลังรับรู้ว่าลูกสาวมีคนรักที่ครบกันมาเกือบปี แต่ต่อมาก็เปิดใจยอมรับและดีใจไปกับลูกสาวเต็มหัวใจที่จะสามารถหาความสุขของตัวเองเจอ
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรรีบทำความคุ้นเคยกับว่าที่พ่อตาอย่างรวดเร็ว จากนั้นถึงได้เวลาแนะนำคนในครอบครัวทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน
พ่อเลี้ยงธานินทร์ยิ้มกว้างแสดงความมีน้ำใจและเป็นมิตรแก่ครอบครัวคนรักของลูกสาว “เชิญครับทุกคนคงเดินทางกันเหนื่อย รถตู้รอที่หน้าทางออกแล้ว”
เมื่อทุกคนขึ้นรถตู้ที่ทางครอบครัวรมณนำมารับถึงสองคันจนครบเรียบร้อยก็ได้เวลาออกเดินทางสู่ไร่เปี่ยมรัก ในระหว่างเดินทางนั้นก็จะได้ยินเสียงพูดกันคุยตลอดการเดินทาง
“ธรรมชาติมากเลยค่ะ” ยิ่งขับออกจากตัวเมืองมากเท่าไหร่ก็รู้สึกสดชื่น สาว ๆ จึงพักความข้องหมองหัวใจมาสนใจธรรมชาติข้างทางที่พวกเธอหาได้ยากในการใช้ชีวิตที่เมืองกรุง แม้จะมีวังที่พักอาศัยใหญ่โตแต่ก็ไม่มีธรรมชาติห้อมล้อมมากมายขนาดนี้ ตลอดระยะการเดินทางพวกคุณ ๆ ได้สัมผัสธรรมชาติจนชุ่มปอด จนไม่รู้ตัวว่ามาถึงที่หมายแล้ว
“ยินดีต้อนรับสู่ไร่เปี่ยมรักครับ”
“ยินดีเช่นกันค่ะ” หม่อมปรียาวดีเป็นตัวแทนของครอบครัวออกหน้ากล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณกลับการต้อนรับที่อบอุ่นนะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” พ่อเลี้ยงธานินทร์มั่นใจว่าลูกสาวนั้นคงไม่ตกหลุมรักใครง่าย ๆ เมื่อเจ้าตัวเลือกแล้วก็คงหวังฝากอนาคตไว้กับผู้ชายคนนั้นแน่นอน ดังนั้นท่านจึงปักธงครอบครัวสามีให้ลูกสาวเรียบร้อย
“ใช่ค่ะใช่” หม่อมปรียาวดีพยักหน้าพร้อมยิ้มแก้มปริ
“งั้นหม่อมกับคุณ ๆ ทุกคนไปพักผ่อนกันก่อนนะครับ เดี๋ยวรอให้แดดอ่อนกว่าค่อยออกชมไร่”
“ดี ๆ”
